ผู้เล่นแมนยู เกมล่าสุดก็ได้คว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ มาร่วมทีมในวันสุดท้ายของตลาดพอดิบพอดี ซึ่งดีลเปิดมาที่เอดินสัน เลือกเซ็นสัญญา 1 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี และตัวนักยิงอุรุกวัยผู้นี้อาจจะมาสืบทอดต่อตำนวนเลขต้องสาปหมายเลข 7 ของแมนยู ต่อจากอเล็กซิซ

เสื้อเบอร์ 7 ที่สร้างตำนานมาแล้วมากมายหลายคน และตำนานที่โด่งดังสุดๆอย่าง โรนัลโด้ หรือ เบ็คแฮม ก็ผ่านเลขเบอร์ 7 ของแมนยูมาแล้วทั้งนั้น แต่เอาจริงๆคนสุดท้ายที่ดังมากๆในเสื้อหมายเลข 7 นี้ ก็คือตัวโรนัลโด้เอง หรือ CR7 นี่แหละ เรามาดูกันว่าแล้วคนอื่นๆฟอร์มเค้าเป็นยังไง

นักเตะแมนยู เจ้าของตำนานคำสาปเสื้อหมายเลข 7

        1. จอร์จ เบสต์ 

ผู้เปิดตำนานคำสาปเสื้อหมายเลข 7 ตั้งแต่ปี 1963 – 1974  ซัดไป 474 เกม ยิง 181 ประตู คว้าแชมป์ลีก 2 สมัยและยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย

        2. ไบรอัน ร็อบสัน

ตำนาน ช่วงปี 1981 – 1994 กัปตันทีมที่สืบทอดหมายเลข 7 มาได้อย่างงดงาม ซัดไป 461 เกม ยิงไป 99 ประตู

คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย เอฟเอ คัพ 4 สมัย ลีก คัพ 1 สมัย ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย

        3. เอริค คันโตน่า

ดาวยิงสุดอาร์ท แห่งปี 1992 – 1997 ที่พาทีมไปยังจุดพีคในปี 93 โชว์ผลงานเป็นสุดยอดตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จักในยุคนั้น

ซัดไป 185 เกม ยิงไป 93 ประตู พร้อมถ้วย พรีเมียร์ลีก 4 สมัย เอฟเอ คัพ 2 สมัย

        4. เดวิด เบ็คแฮม

คุณพ่อสุดหล่อ ที่ตอนนั้นยังไม่ได้มีลูก ยังหนุ่มๆอยู่ ถ้าจะมีลูกก็คือลูกยิงฟรีคิกที่ทุกคนจดจำได้ในยุคนั้น อยู่กันยาวๆตั้งแต่ปี 1992-2003 เลยทีเดียว ซัดไป 394 เกม

ยิงไป 85 ประตู พรีเมียร์ลีก 6 สมัย เอฟเอ คัพ 2 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย

        5. คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โรนัลโด้ CR7 ตำนานท่าวิ่งบินได้ ซอยขาแซงทั้งสนาม กระโดดสูงทำลายสถิติ วิ่งเร็วกว่านักวิ่งตัวจริงซะอีก ยืนเสื้อเลข 7 ตั้งแต่ปี 2003-2009 ซัดไป 292 เกม ยิงไป 118 ประตู

ส่งทีมไปคว้า พรีเมียร์ลีก 3 สมัย เอฟเอ คัพ 1 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แถมด้วยบัลลง ดอร์ 1 สมัย ตอนย้ายทีมยังไม่วายทำลายสถิติค่าตัวแพงถึง 80 ล้านปอนด์อีกด้วย

        6. ไมเคิ่ล โอเว่น

สมัยที่โอเว่น เข้ามาเล่น เป็นวัยที่เรียกว่าปลายๆอาชีพนักฟุตบอลละหละ เพราะอายุก็เกือบจะ 30 แน่นอนว่าแรงความฟิตมันไม่เหมือนตอนหนุ่มๆแล้ว แต่ก็ทำผลงานโอเคอยู่ ช่วงปี 2009-2019

เล่นไป 52 เกม แต่ซัดไป 17 ประตู ถือว่าทำได้โอเคไม่น้อยหน้าใคร และยังทำให้ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย ลีกคัพอีก 1 สมัย

        7. อันโตนิโอ วาเลนเซีย

อันโตนิโอ จริงๆร่วมทีมกับแมนยูมาก็นาน ตั้งแต่ปี 2009 แต่พอได้ MVP ผู้เล่นยอดเยี่ยมปี 2012 ก็ห้าวจัดอยากได้เสื้อเบอร์ 7 ก็เลยขอท่านเซอร์อเล็กซ์เปลี่ยนจากเบอร์ 25 ไปเป็นเบอร์ 7 แต่ถึงแม้อันโตนิโอจะทำให้ทีมได้กลับมาเป็นแชมป์ลีก

แต่ซีซั่นนั้นก็เป็นช่วงที่แย่ที่สุดของเค้าเช่นกัน ทีมเลยทำการขอเลขคืน ให้กลับไปเสื้อเบอร์ 25 ตามเดิม สรุปได้ใส่แค่ฤดูกาล 2012-2013 น่าสงสารจริงๆ

        8. อังเคล ดิ มาเรีย

คนนี้ก็นับเป็นอีก 1 คนที่ไม่เหมาะสมกับเบอร์ 7 เลย เพราะตั้งแต่หลุยส์ ฟาน กัล ดึงตัวมาอยู่กับทีม แมนยูต้องจ่ายค่าตัวกว่า 60 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงมาก แพงสุดของอังกฤษตอนนั้นเลย

แต่ดิ มาเรียดันมาทำงอแงงี่เง่าใส่แมนยู แล้วก็ชิ่งหนีย้ายทีมไป เหมือนมาอัพค่าตัวเฉยๆ แต่ก็เล่นไปได้ 32 นัด ยิงไป 4 ลูกแค่นั้น

        9. เมมฟิส เดปาย

เดปายมารับตำแหน่งแทนดิ มาเรีย อยู่กับทีมช่วงปี 2015-2017 แต่ค่าตัวนี่ถูกกว่าเกินครึ่ง แต่ก็นะเทียบกับราคา แล้วก็ลงสนามไป 45 เกม ยิงได้ 7 ลูก ก็ถือว่ายังดีกว่าดิ มาเรีย ถ้าดูที่ตัวเงิน แต่สำหรับทีม เรามาดูแต่ราคาไม่ได้ เราดูที่ผลงาน แถมพอ ย้ายไป ลียงตอนปี 2017 ไปเล่นแค่ 134 เกม ดันซัดไป 53 ลูก อะไรกัน!!

        10. อเล็กซิส ซานเชซ

 

คนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด แมนยูซื้อมาตั้งแต่ปี 2018 แต่อเล็กซิส ฟอร์มไม่ได้เลย ทำไปแค่ 5 ลูก จาก 45 เกมเอง แถมค่าตัวไม่ใช่ถูกๆ ก็เป็นอีกครั้งที่แมนยูเรียกได้ว่า เสียตังฟรี จนล่าสุดจะถูกย้ายไปทีมอื่นแบบถาวรช่วงซัมเมอร์หลังจากถูกยืมตัวไปลองเล่นระยะนึง

 

เสื้อหมายเลข 7 จะเป็นของใครต่อไป

เราก็มาดูกันต่อไปนะครับว่า ใครจะมาสืบทอด เสื้อหมายเลข 7 อันต้องสาปของแมนยู ที่ถ้าไม่เก่งจริง สวมเสื้อเลข 7 ไม่ได้นะ มีอันถูกดีดเด้งกันไปทุกราย